หมวดที่  4

การดำเนินงาน

ข้อ    9.  การลงลายมือชื่อแทนสหกรณ์  การลงลายมือชื่อเพื่อให้มีผลผูกพันสหกรณ์  เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นพิเศษตามข้อบังคับนี้  ให้ปฏิบัติดังนี้

                          (1)  หนังสือกู้ยืมซึ่งสหกรณ์เป็นผู้กู้ยืม  ตลอดจนการเบิก  หรือรับเงินกู้  การจำนองซึ่งสหกรณ์เป็นผู้จำนอง  การถอนเงินฝากของสหกรณ์  และในนิติกรรมอื่น    จะต้องลงลายมือชื่อของประธานกรรมการ  หรือรองประธานกรรมการ  หรือเลขานุการ  หรือเหรัญญิก  หรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายหรือผู้จัดการ  ร่วมกันลงลายมือชื่อไม่น้อยกว่าสองคน

                          (2)  การรับฝากเงิน  ใบรับเงิน  และเอกสารทั้งปวง  นอกจากที่กล่าวไว้ใน  (1)  ข้างบนนี้  จะต้องลงลายมือชื่อของประธานกรรมการ  หรือรองประธานกรรมการ  หรือเลขานุการ  หรือเหรัญญิก  หรือกรรมการที่ได้รับมอบหมาย  หรือผู้จัดการ  คนใดคนหนึ่ง

            อนึ่ง  ในหนังสือกู้ยืมซึ่งสหกรณ์เป็นผู้กู้ยืม  เช็ค  ใบสั่งจ่ายเงิน  ใบรับเงิน  ตั๋วสัญญาใช้เงิน และตราสารการเงินของสหกรณ์นั้น  ต้องประทับตราของสหกรณ์เป็นสำคัญด้วย

วงเงินกู้ยืมหรือการค้ำประกัน

            ข้อ  10.  วงเงินกู้ยืมหรือการค้ำประกัน  ที่ประชุมใหญ่อาจกำหนดวงเงินกู้ยืมหรือการค้ำประกันสำหรับปีหนึ่ง    ไว้ตามที่จำเป็นและสมควรแก่การดำเนินงาน  วงเงินซึ่งกำหนดดังว่านี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์

            ถ้าที่ประชุมใหญ่ยังมิได้กำหนด  หรือนายทะเบียนสหกรณ์ยังมิได้ให้ความเห็นชอบวงเงินกู้ยืมสำหรับปีใด  ก็ให้ใช้วงเงินกู้ยืมสำหรับปีก่อนไปพลาง

            ข้อ  11.  การกู้ยืมเงินหรือการค้ำประกัน  สหกรณ์อาจกู้ยืมเงิน  หรือออกตั๋วสัญญาใช้เงิน  หรือตราสารการเงิน  หรือโดยวิธีอื่นใด  สำหรับใช้เป็นทุนดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ได้  ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร  ทั้งนี้  จะต้องอยู่ภายในวงเงินกู้ยืมหรือการค้ำประกันประจำปี  ตามข้อ  10

การรับฝากเงิน

            ข้อ  12.  การรับฝากเงิน     สหกรณ์อาจรับฝากเงินประเภทออมทรัพย์      หรือฝากประจำจากสมาชิกได้ตามระเบียบของสหกรณ์

            ข้อกำหนดเกี่ยวกับการฝาก  ดอกเบี้ย  การถอนเงินฝาก  และข้อกำหนดอื่น    ว่าด้วยเงินฝากออมทรัพย์  หรือเงินฝากประจำนั้นให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์

            ให้สหกรณ์ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

การให้เงินกู้

            ข้อ  13.  การให้เงินกู้  เงินกู้นั้นอาจให้ได้แก่

                           (1)  สมาชิกของสหกรณ์

                           (2)  สหกรณ์อื่น

            การให้เงินกู้แก่สมาชิกนั้น  ให้คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยให้เงินกู้ได้ตามข้อบังคับนี้  และตามระเบียบของสหกรณ์

            ข้อกำหนดต่าง    เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาวินิจฉัยให้เงินกู้  หลักประกันสำหรับเงินกู้ลำดับแห่งการให้เงินกู้  เงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้  และข้อกำหนดอื่น    ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิกนั้น  ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์

            การให้เงินกู้แก่สหกรณ์อื่นนั้น  คณะกรรมการดำเนินการจะพิจารณาให้กู้ได้ต่อเมื่อสหกรณ์มีเงินทุนเหลือจากการให้เงินกู้แก่สมาชิกแล้ว            โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์ด้วย

            สมาชิกหรือสหกรณ์อื่นซึ่งประสงค์จะขอกู้เงินจากสหกรณ์นี้  ต้องเสนอคำขอกู้เงินตามแบบและระเบียบของสหกรณ์ที่กำหนดไว้

            ข้อ  14.  ความมุ่งหมายแห่งเงินกู้  เงินกู้ซึ่งให้แก่สมาชิกไม่ว่าประเภทใด    จะให้ได้แต่เฉพาะเพื่อการอันจำเป็นหรือมีประโยชน์ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร            ให้คณะกรรมการดำเนินการสอดส่อง  และกวดขันการใช้เงินกู้ของสมาชิกให้ตรงตามความมุ่งหมายที่ให้เงินกู้นั้น

            ข้อ  15. ประเภทและจำกัดแห่งเงินกู้  สหกรณ์อาจให้เงินกู้แก่สมาชิกได้ตามประเภทและจำกัดดังต่อไปนี้

                          (1)  เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน  ในกรณีที่สมาชิกมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุอันจำเป็นรีบด่วน และมีความประสงค์ขอกู้เงิน  คณะกรรมการดำเนินการอาจให้เงินกู้เพื่อเหตุนั้นได้ตามระเบียบของสหกรณ์

                          (2)  เงินกู้สามัญ  ในกรณีที่สมาชิกมีความประสงค์ขอกู้เงินสำหรับใช้จ่ายเงิน  เพื่อการอันจำเป็น  หรือมีประโยชน์ต่าง    คณะกรรมการดำเนินการอาจพิจารณาให้เงินกู้สามัญแก่สมาชิกนั้นได้ตามระเบียบของสหกรณ์

                          (3)  เงินกู้พิเศษ   เมื่อสหกรณ์มีฐานะการเงินก้าวหน้าพอที่จะช่วยเหลือให้เงินกู้  เพื่อส่งเสริมฐานะความมั่นคงหรือเพื่อการเคหะ  หรือก่อประโยชน์งอกเงยแก่สมาชิกได้  โดยจำนวนเกินกว่าจำกัดที่สมาชิกนั้นอาจได้รับเงินกู้สามัญ  (ตามที่กล่าวใน  (2)  ข้างบนนี้)    คณะกรรมการดำเนินการอาจให้เงินกู้พิเศษแก่สมาชิกนั้นได้ตามที่เห็นสมควร  โดยผู้ขอกู้ต้องระบุความมุ่งหมายแต่ละอย่างของเงินกู้ประเภทนี้  ตลอดจนเงื่อนไขและวิธีการ  และต้องมีหลักประกันตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์

            ข้อ  16.  ดอกเบี้ยเงินกู้  ให้สหกรณ์เรียกดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทที่ให้แก่สมาชิกในอัตราตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์

            ข้อ  17.  การควบคุมหลักประกันและการเรียกคืนเงินกู้  ให้คณะกรรมการดำเนินการตรวจตราควบคุมให้เงินกู้ทุกรายมีหลักประกันตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์      และเมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่าหลักประกันสำหรับเงินกู้รายใดเกิดบกพร่อง  ผู้กู้จะต้องจัดการแก้ไขให้คืนดีภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด

            ในกรณีอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้  ให้ถือว่าเงินกู้ไม่ว่าประเภทใด    เป็นอันถึงกำหนดส่งคืนโดยสิ้นเชิง  พร้อมทั้งดอกเบี้ยในทันที  โดยมิพักต้องคำนึงถึงกำหนดเวลาที่ให้ไว้  และให้คณะกรรมการดำเนินการจัดการเรียกคืนโดยมิชักช้า

                          (1)  เมื่อสมาชิกผู้กู้ออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใด 

                          (2)  เมื่อปรากฏต่อคณะกรรมการดำเนินการว่าผู้กู้นำเงินกู้ไปใช้ผิดความมุ่งหมายที่ให้เงินกู้นั้น

                          (3)  เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่าหลักประกันสำหรับเงินกู้รายใดเกิด

บกพร่อง  และผู้กู้มิได้จัดการแก้ไขให้คืนดีภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด

                          (4)  เมื่อค้างส่งเงินงวดชำระหนี้  ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเวลาถึงสองเดือน  หรือผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้ดังว่านั้นถึงสามคราวสำหรับเงินกู้รายหนึ่ง 

            ในกรณีที่ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชำระหนี้แทนผู้กู้ตามที่กล่าวในวรรคก่อน  และไม่สามารถชำระหนี้นั้นโดยสิ้นเชิงได้  เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ  คณะกรรมการดำเนินการอาจผ่อนผันให้ผู้ค้ำประกันชำระเป็นงวดรายเดือนจนครบจำนวนตามที่ผู้กู้ได้ทำหนังสือกู้ให้ไว้ต่อสหกรณ์ก็ได้

            ข้อ  18.  ความผูกพันของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน  ผู้กู้  หรือผู้ค้ำประกันต้องรับผูกพันว่า  ถ้าตนประสงค์จะขอโอน  หรือย้าย  หรือลาออกจากราชการ  หรืองานประจำตามข้อ  31  (3)  จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สหกรณ์ทราบ  และจัดการชำระหนี้สินซึ่งตนมีอยู่ต่อสหกรณ์ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน  (เว้นแต่กรณีที่ยังคงเป็นสมาชิกอยู่ตามข้อ  43)

 

การฝากหรือลงทุนเงินของสหกรณ์

            ข้อ  19.  การฝากหรือลงทุนเงินของสหกรณ์  เงินของสหกรณ์นั้นอาจฝากหรือลงทุนได้ดังต่อไปนี้

                          (1)  ฝากในชุมนุมสหกรณ์หรือสหกรณ์อื่น

                          (2)  ฝากในธนาคารหรือฝากในสถาบันการเงินที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สหกรณ์

                          (3)  ซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ

                          (4)  ซื้อหุ้นของธนาคารที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สหกรณ์

                          (5)  ซื้อหุ้นของชุมนุมสหกรณ์หรือสหกรณ์อื่น

                          (6)  ซื้อหุ้นของสถาบันที่ประกอบธุรกิจอันทำให้เกิดความสะดวกหรือส่งเสริม

ความเจริญแก่กิจการของสหกรณ์  โดยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์

                          (7)  ฝากหรือลงทุนอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติกำหนด

     

การเงินและการบัญชีของสหกรณ์

            ข้อ  20.  การบัญชีของสหกรณ์  วันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์ให้สิ้นสุด      วันที่  31  ธันวาคม  ของทุกปี

            ให้สหกรณ์จัดให้มีการทำบัญชีตามแบบและรายการที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดให้ถูกต้องตามความเป็นจริง  ตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป  และเมื่อมีเหตุต้องบันทึกรายการในบัญชีเกี่ยวกับกระแสเงินสดของสหกรณ์  ให้บันทึกรายการในวันที่เกิดเหตุนั้น  สำหรับเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวกับกระแสเงินสดให้บันทึกรายการในสมุดบัญชีภายในสามวัน  นับแต่วันที่มีเหตุอันจะต้องบันทึกรายการนั้น

            การบันทึกรายการบัญชีต้องมีเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สมบูรณ์โดยครบถ้วน

            เมื่อสิ้นปีทางบัญชีทุกปี  ให้สหกรณ์จัดทำงบดุลรวมทั้งบัญชีกำไรขาดทุนตามแบบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด

            ข้อ  21.  การเสนองบดุลต่อที่ประชุมใหญ่  ให้คณะกรรมการดำเนินการเสนองบดุล  ซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบและรับรองแล้วต่อที่ประชุมใหญ่  เพื่อพิจารณาอนุมัติภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีทางบัญชี

            การเสนองบดุล  ให้คณะกรรมการดำเนินการเสนอรายงานประจำปี  แสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ด้วย

            ให้สหกรณ์ส่งสำเนางบดุลที่เสนอต่อที่ประชุมใหญ่นั้นไปยังสมาชิกทุกคน  และให้เปิดเผยไว้    สำนักงานของสหกรณ์ก่อนวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

               ให้สหกรณ์ส่งสำเนารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์กับงบดุลไปยังนายทะเบียนสหกรณ์ภายในสามสิบวัน  นับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่

            อนึ่ง  ให้เก็บรักษารายงานประจำปี  แสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์กับงบดุลไว้ที่สำนักงานของสหกรณ์  เพื่อให้สมาชิกขอตรวจดูได้

 

กำไรสุทธิประจำปี

            ข้อ  22.  การจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี  เมื่อสิ้นปีทางบัญชี    หากปรากฏว่าสหกรณ์มีกำไรสุทธิ  ให้จัดสรรเป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของกำไรสุทธิ      และเป็นค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยไม่เกินร้อยละห้าของกำไรสุทธิ     แต่ต้องไม่เกินอัตราที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติกำหนด

            กำไรสุทธิประจำปีที่เหลือจากการจัดสรรตามความในวรรคก่อน  ที่ประชุมใหญ่อาจจะจัดสรรได้ดังต่อไปนี้

                          (1)  เป็นเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระแล้วให้แก่สมาชิก  แต่ต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง  โดยคิดให้ตามส่วนแห่งระยะเวลา  อนึ่ง  ถ้าสหกรณ์ถอนทุนรักษาระดับอัตราเงินปันผลตาม  (4)  ออกจ่ายเป็นเงินปันผลสำหรับปีใดด้วย  จำนวนเงินปันผลทั้งสิ้นที่จ่ายสำหรับปีนั้นก็ต้องไม่เกินอัตราดังกล่าวมาแล้ว

            ในการคำนวณเงินปันผลตามหุ้น  ให้ถือว่าหุ้นที่สมาชิกได้ชำระต่อสหกรณ์ภายในวันที่เจ็ดของเดือนมีระยะเวลาสำหรับคำนวณเงินปันผลตั้งแต่เดือนนั้น    ส่วนหุ้นที่สมาชิกชำระต่อสหกรณ์หลังวันที่เจ็ดของเดือน    สหกรณ์จะคิดเงินปันผลให้ตั้งแต่เดือนถัดไป 

                          (2)  เป็นเงินเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกตามส่วนจำนวนรวมแห่งดอกเบี้ยเงินกู้    ซึ่งสมาชิกนั้น    ได้ส่งแก่สหกรณ์ในระหว่างปี  แต่สมาชิกที่ผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ยในปีใดมิให้ได้รับเงินเฉลี่ยคืนสำหรับปีนั้น

                          (3)  เป็นเงินโบนัสแก่กรรมการและเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์  ไม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิ

                          (4)  เป็นทุนรักษาระดับอัตราเงินปันผล  ไม่เกินร้อยละสองแห่งทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์  ตามที่มีอยู่ในวันสิ้นปีนั้น  จนกว่าจะมีจำนวนถึงร้อยละแปดแห่งทุนเรือนหุ้นดังกล่าว  ทุนรักษาระดับอัตราเงินปันผลนี้จะถอนได้โดยมติแห่งที่ประชุมใหญ่  เพื่อจ่ายเป็นเงินปันผลตามหุ้นตาม  (1)

                          (5)  เป็นทุนสาธารณประโยชน์ไม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิ    ทุนสาธารณประโยชน์นี้  ให้สหกรณ์สะสมไว้สำหรับใช้จ่ายเพื่อการศึกษาโดยทั่วไป  หรือเพื่อการศึกษาอบรมทางสหกรณ์  หรือสาธารณประโยชน์  หรือการกุศลตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของสหกรณ์

                          (6)  เป็นทุนเพื่อจัดตั้งสำนักงานหรือกองทุนต่าง    เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่สหกรณ์

                          (7)  กำไรสุทธิส่วนที่เหลืออยู่  (ถ้ามี)  ให้สมทบเป็นทุนสำรองทั้งสิ้น

   

ทุนสำรอง

            ข้อ  23.  ที่มาแห่งทุนสำรอง  นอกจากจัดสรรจากกำไรสุทธิตามข้อ  22  แล้ว  บรรดาเงินอุดหนุนหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้แก่สหกรณ์    ถ้าผู้ยกให้มิได้ระบุว่าให้ใช้เพื่อการใดโดยเฉพาะก็ให้สมทบเป็นทุนสำรองทั้งสิ้น

            อนึ่ง  จำนวนเงินซึ่งสหกรณ์พึงจ่ายแก่บุคคลใดก็ตาม    ถ้าไม่มีการเรียกร้องจนพ้นกำหนดอายุความก็ให้สมทบจำนวนเงินนั้นเป็นทุนสำรอง

            กำไรสุทธิประจำปีของสหกรณ์ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเสนอแนะให้ที่ประชุมใหญ่จัดสรรตาม  ข้อ  22  หากที่ประชุมใหญ่พิจารณาแล้วเห็นว่ารายการใดไม่สมควรจัดสรรหรือตัดจำนวนให้น้อยลงก็ดี ยอดเงินจำนวนดังกล่าวให้สมทบเป็นทุนสำรองทั้งสิ้น

            ข้อ  24.  สภาพแห่งทุนสำรอง  ทุนสำรองย่อมเป็นของสหกรณ์โดยส่วนรวม  สมาชิกจะแบ่งปันกันไม่ได้  หรือจะเรียกร้องแม้ส่วนใดส่วนหนึ่งก็ไม่ได้

            ทุนสำรองนี้จะถอนได้ก็แต่เพื่อชดเชยการขาดทุนอันหากบังเกิดขึ้น

ทะเบียน  บัญชี  และเอกสารอื่น 

            ข้อ  25.  ทะเบียน  และบัญชี   ให้สหกรณ์จัดให้มีทะเบียนสมาชิก  ทะเบียนหุ้น    และทะเบียนอื่น    ตลอดจนสมุดรายงานการประชุม  และบัญชีตามแบบและรายการที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด    และตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรให้มีขึ้น

            เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนสมาชิกหรือทะเบียนหุ้น  ให้สหกรณ์แจ้งการเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนสหกรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์

            สมาชิกอาจขอตรวจดูเอกสารดังกล่าวในวรรคก่อนได้        สำนักงานของสหกรณ์ในระหว่างเวลาทำงาน  แต่จะดูบัญชีหรือทะเบียนเกี่ยวกับเงินค่าหุ้น  เงินฝาก  หรือเงินกู้ของสมาชิกรายอื่นไม่ได้  นอกจากจะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือของสมาชิกนั้น  และได้รับอนุญาตจากผู้จัดการก่อน

            ข้อ  26.  กฎหมายและข้อบังคับ      สหกรณ์ต้องจัดให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการสหกรณ์    ระเบียบ    ข้อกำหนดและประกาศของคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติซึ่งยังคงใช้อยู่  รวมทั้งข้อบังคับและระเบียบของสหกรณ์นี้ไว้        สำนักงานของสหกรณ์  เพื่อให้สมาชิกและผู้สนใจตรวจดูได้  โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

การตรวจสอบบัญชีและการกำกับดูแล

            ข้อ  27.  การตรวจสอบบัญชี  บัญชีของสหกรณ์นั้น  ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างน้อยปีละครั้งโดยผู้สอบบัญชีซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์แต่งตั้ง

ข้อ  28.  การกำกับดูแล  นายทะเบียนสหกรณ์  รองนายทะเบียนสหกรณ์   ผู้ตรวจการสหกรณ์ หรือผู้สอบบัญชี  หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งนายทะเบียนสหกรณ์มอบหมาย  มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้คณะกรรมการดำเนินการ     คณะกรรมการอื่น       ผู้ตรวจสอบกิจการ  ผู้จัดการ  เจ้าหน้าที่และสมาชิกของสหกรณ์  มาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์  หรือให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือรายงานการประชุมได้  ทั้งอาจเรียกและเข้าร่วมประชุมใหญ่  หรือประชุมคณะกรรมการดำเนินการ  หรือประชุมคณะกรรมการอื่น    ตลอดจนตรวจสอบสรรพสมุดบัญชี  ทะเบียน  เอกสาร  และใบสำคัญต่าง    ของสหกรณ์ได้

            ทั้งนี้  ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องตามความในวรรคแรก  อำนวยความสะดวกและชี้แจงข้อความในเรื่องเกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์ให้ทราบตามความประสงค์

            ข้อ  29.  การส่งรายการหรือรายงาน  ให้สหกรณ์ส่งรายการหรือรายงานเกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์ต่อหน่วยงานที่กำกับดูแล  ตามแบบและระยะเวลาที่หน่วยงานนั้นกำหนด